ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล (Seasonal Influenza)
ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล (Seasonal Influenza) เป็น RNA ไวรัส เกิดจากการติดเชื้อ Influenza Virus เป็นโรคติดต่อที่แพร่กระจายอย่างกว้างขวางพบได้ตลอดปีโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว สามารถแบ่งประเภทของสายพันธุ์ที่พบในมนุษย์ได้คือ สายพันธุ์ A, B และ C
ไข้หวัด ตามฤดูกาล
โรคไข้หวัด คือโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่ติดต่อกันได้ง่าย เกิดจากเชื้อไวรัสซึ่งมีมากกว่า 200 สายพันธุ์ แต่สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดจะเป็นเชื้อไรโนไวรัส โดยเฉลี่ยแล้วผู้ใหญ่อาจป่วยเป็นไข้หวัด 2 – 3 ครั้งต่อปี ในขณะที่เด็กอาจป่วยมากกว่า 4 ครั้งต่อปี
อาการของไข้หวัด
- ระยะที่ 1 (วันที่ 1-3)
หลังจากสัมผัสเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ผู้ป่วยจะเริ่มระคายคอ จาม น้ำมูกไหล คัดจมูก ไอ และเสียงแหบ - ระยะที่ 2 (วันที่ 4-7)
อาการแย่ลง พร้อมกับมีอาการปวดศีรษะ ปวดตัว อ่อนเพลีย ตาแฉะ มีไข้ต่ำ ๆ - ระยะที่ 3 (วันที่ 8-10)
อาการเริ่มดีขึ้น แต่อาจจะยังมีอาการไอหลงเหลืออยู่ ซึ่งอาการไอเกิดได้ตามหลังการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจนานถึง 2 เดือนอย่างไรก็ดี หากอาการไม่ดีขึ้นและไข้กลับมาอีก ควรพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมเนื่องจากอาจจะเกิดจากภาวะแทรกซ้อน เช่น เป็นโรคไซนัสอักเสบ หลอดลมอักเสบ หรือปอดบวม เป็นต้น การรักษาไข้หวัด - วิธีรักษาไขัหวัด โดยปกติแล้ว อาการของโรคไข้หวัดจะดีขึ้นภายใน 7 – 10 วัน โดยไม่ต้องเข้ารับการรักษาใด ๆ แต่ผู้ป่วยอาจจะยังไอต่ออีก 2 – 3 วัน ในปัจจุบันยังไม่มียารักษาโรคไข้หวัด ผู้ป่วยควรจะพักผ่อนมาก ๆ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเพื่อบรรเทาอาการ ไม่ควรรับประทานยาปฏิชีวนะเนื่องจากเป็นยาสำหรับฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ไม่ได้ฆ่าเชื้อไวรัส
- ยาแก้ปวด
- การทานยาแก้ปวดสำหรับผู้ใหญ่ สามารถรับประทานยาพาราเซตามอล หรือไอบูโพรเฟน ช่วยบรรเทาอาการไม่สบายตัวจากไข้ ปวดศีรษะ เจ็บคอได้